ว่าด้วยเรื่องของ niche market

posted on 16 Dec 2010 19:43 by wondergood
พอดีต้องทำการบ้านเรื่องนี้ เจอบทความน่าสนใจเลยนำมาเผยแพร่ต่อค่ะ
กลุ่มลูกค้าเฉพาะที่ยังมีช่องว่างในตลาด อีกทางรอดของแฟชั่นไทย พูดถึงแฟชั่นไทยในตลาดโลก
เคยมีวิเคราะห์กันไว้ในหลายวงเสวนาว่า เราไม่ต่ำสุดและไม่สูงสุด (ทั้งราคา และรูปแบบ) ไม่ใหญ่มาก
อย่างจีน แต่ก็ไม่เล็กเกินไป (ปริมาณการผลิต) อยู่กลางๆ ซึ่งเขาว่าตลาดตอนนี้ไม่ ค่อยมีอะไรที่อยู่ตรง
กลาง คนซื้อจะซื้อของที่ไม่ถูกก็แพงไปเลย แล้วเราอยู่กลางๆ จะขายใครกัน ทั้งหมดนี้ สรุปลงว่าทางรอด
ของเราควรจะหา niche (นิช) หรือ ช่องว่างในตลาด หรือ ตลาดที่เป็นกลุ่มเฉพาะ
 แล้วเจ้า niche ที่ว่านี้มันมีอะไรบ้าง เทรนด์ต่างๆ ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคออกมาเยอะมาก เพื่อวิเคราะห์
เจาะหา niche พวกนี้ ต้องคอยตามไม่ให้ ตกเทรนด์ ส่วนจะไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้แค่ไหน ก็สุดแต่จะ
วิเคราะห์ให้เหมาะกับตัวเอง บางเรื่องก็หลาย ปีกว่าจะเป็นจริง บางเรื่องก็ไม่ต้องรอนาน ยกตัวอย่างเรื่อง
ของผักตบชวาที่นำมาเป็นวัสดุทำเฟอร์นิเจอร์ หรือ หนังกระเบนทำเครื่องประดับสุดเท่ ดิฉันเคยคาดการณ์
ไว้เมื่อหลายปีมากแล้ว แต่กว่าจะเกิดเป็นสินค้า จำหน่ายติดตลาดได้ ต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนที่ยาว
นาน เรื่องคิดวิเคราะห์คาดการณ์ว่าไปถูกทางหรือไม่ ก็เรื่องหนึ่ง ส่วนการทำให้เกิดเป็นผลเชิงพาณิชย์
จริงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง มาดูเทรนด์ผู้บริโภคกันดีกว่านะคะ ขอเรียนว่าข้อมูลการคเขียนครั้งนี้มาจาก
หลายแหล่ง เช่น WGSN และหนังสือต่างๆ ที่บางทีอ่านเจอโดยบังเอิญในเวลาต่างๆ กัน
แต่เข้ากับเรื่องที่เขียนก็เอามาเล่าสู่กัน ฟัง ทำให้อ้างอิงไม่ได้ว่ามาจากแหล่งไหน เพราะตอนอ่านไม่ได้จำ
หรือบางทีมาจากการพูดคุยกับผู้คน หลายๆ ที่ หลายๆ เวลา แล้วมาประมวลเข้าด้วยกัน
ที่มาของ niche อาจเริ่มจากหลักการทำวิจัยตลาด ที่เราแบ่งผู้บริโภคตามอายุ ตามถิ่นที่อยู่ อาศัย
ตามอาชีพ ตามศาสนา เชื้อชาติ รสนิยม พฤติกรรม ฯลฯ niche พวกนี้อาจมาจากกลุ่มที่ว่าแต่มา
ซอย ย่อยลงไปเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเรื่องอายุ ช่วงวัยเด็ก มาแบ่งเป็นเด็ก เป็นวัยรุ่น เป็นวัยระหว่างวัยเด็ก
กับวัยรุ่น แล้วก็ยังย่อยลงไปอีกในแต่ละช่วง ส่วนวัยทองก็เริ่มจะเป็นที่สนใจมากขึ้น เรื่องนี้ดิฉันเคยเขียน
ละเอียดไป แล้ว แล้วยังมี niche ที่ถือว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข เขาแบ่งตามความคิดความรู้สึกและ
ความประพฤติ (ประมาณว่า ไม่ค่อยสมวัย ) โดยเฉพาะเด็กก็จะเป็นผู้ใหญ่เร็ว คนแก่ก็ไม่ยอมแก่ คือจาก demographic เป็น psychographic ตลาดเด็กอ้วน
               niche แรกที่จะเล่าสู่กันฟังวันนี้คือเสื้อผ้าเด็ก แต่ไม่ใช่เด็กธรรมดา เป็นเด็กอ้วน
 เด็กอ้วนใน อเมริกามีเยอะมาก เราอาจชินตากับผู้ใหญ่อ้วนมากกว่า ในอเมริกาเราคงทราบกันดีว่า
คนอ้วนมากมีจำนวนสูง กว่าประเทศอื่นๆ ในโลกนี้ และมีเสื้อผ้าขนาดพิเศษที่เรียกไม่ให้กระเทือน
หัวใจว่า plus-size ตอนนี้ก็มีเสื้อ ผ้าแฟชั่นออกมาหลายยี่ห้อเหมือนกัน โดยใช้นางแบบหน้าตาสวย
ใส่เสื้อผ้าที่ดูสวยทันสมัย แถมยังโฆษณา ว่าไม่ต้องผอมก็สวยได้ แต่เด็กอ้วนนี่สิคะน่าสงสาร ไม่มีเสื้อสวยๆ
ให้ใส่เลย เวลาซื้อเสื้อผ้าต้องซื้อเสื้อ ผู้ใหญ่ซึ่งแบบเสื้อทำให้ดูแก่เกินวัย เช่น เด็ก 8 ขวบอาจยังชอบ
ใส่เสื้อผ้าที่มีการ์ตูนหรือพระเอกที่ชื่นชอบ แต่พอต้องมาใส่เสื้อวัยรุ่นอายุ 14 ที่ชอบดารานักร้อง
 มันก็ไม่ตรงกับรสนิยม แล้วยังรูปร่างของเด็กกับผู้ใหญ่ ก็ไม่เหมือนกัน
ผลการสำรวจประดาแม่ๆ ออกมาว่า 31% ของเด็กผู้ชายอ้วนที่อายุ 9-12 ปี และ 38% ของเด็ก ผู้หญิงอ้วน
ต้องใส่เสื้อผ้าผู้ใหญ่ แล้วตลาดนี้น่าสนใจแค่ไหน ก็ประมาณ 8% ของเสื้อผ้าเด็กทั้งหมด คือ 2,016 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ จาก 27,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
 แต่ที่ไม่ค่อยเป็นที่สนใจอาจเป็นเพราะเด็กอ้วนเหล่านี้มักมาจาก ครอบครัวที่รายได้ค่อนข้างต่ำ
ประมาณว่าการศึกษาไม่สูง ทำให้ไม่ดูแลสุขภาพ 16% ของเด็กอายุ 6-11 ปี น้ำหนักตัวมากเกินไป
เพิ่มขึ้น 4% จากปี 1970 และมีแนวโน้มจะ ขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่จะไปขายที่ไหนดี ช่องทางขายน่าจะ
เป็นผู้ที่ทำเสื้อผ้าผู้ใหญ่อ้วนแล้วขยายมาทำเสื้อเด็ก อ้วน ห้างสรรพสินค้าที่ขายจะเป็นห้างที่ขายของถูก
เพราะลูกค้ามาจากครอบครัวที่รายได้ต่ำ ห้างสรรพสินค้า ที่มีราคาสูงขึ้นมาหน่อยอาจไม่สนใจ
เพราะมีพื้นที่จำกัด และกังวลเรื่องภาพลักษณ์ของห้างด้วย พูดถึงเด็กอ้วนแล้วทำให้นึกถึงว่ายังมีตลาด
กลุ่มไซส์พิเศษอีก คือ คนสูงมาก คนเตี้ยมาก เคย พบผู้ซื้อจากอเมริกาที่มาถามหาผู้ผลิตเสื้อผ้า
สำหรับคนประเภทนี้ ที่ว่าสูงคือประมาณ 6 ฟุตขึ้นไป และที่ว่า เตี้ยคือ 5 ฟุตลงมา และแยกเฉพาะ
ผู้ชายอีก เพราะเสื้อผ้าพวกนี้ไม่ใช่แค่เพิ่มความยาวของตัวแขนขา แต่ ต้องได้สัดส่วนที่เหมาะสมด้วย
สินค้าธรรมชาติและออร์แกนิค อีก niche หนึ่งคือ ธรรมชาติ และ organic ซึ่งยังหาคำเแปลเป็นไทย
ไม่ได้ชัดเจน ถ้าเป็น อาหารก็ใช้ว่าเกษตรอินทรีย์ พอเป็นอะไรที่ไม่ใช่อาหาร จะบอกว่าเป็นสินค้าอินทรีย์
ก็ฟังชอบกลอยู่ ขอทับ ศัพท์ไปก่อนนะคะ เป็นกลุ่มที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ อาจผ่านกระบวนการ
ผลิตที่ไม่ใช้เครื่องจักรขนาด ใหญ่หรือเคมี ธรรมชาติอาจไม่ใช่ออร์แกนิค ถ้าจะใช้คำว่าออร์แกนิคต้อง
ทำตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด ต้องตรวจ ต้องได้รับคำรับรองจากองค์กรที่สามารถออกคำรับรองได้
ต้องใช้ตั้งแต่ฝ้ายที่เป็นออร์แกนิค ไม่ ต้องย้อม หรือถ้าย้อมก็ต้องเป็นสีออร์แกนิคอีก ทอมือหรือทอเครื่องก็ได้
แต่จะมีสเปคของเครื่องและ กระบวนการผลิต จนมาถึงถุงถึงวัสดุที่ใช้ห่อด้วย
ตอนนี้เราเอาแค่เสื้อผ้าหรือของใช้จากธรรมชาติก่อนก็แล้ว กัน วัสดุธรรมชาติและทำด้วยมือ
เช่น ไหม ฝ้าย ใยกัญชง ทอมือ หรือเครื่องย้อมสีธรรมชาติ เรื่องสี ธรรมชาติจะเป็นจุดขายของเราได้ดี
ญี่ปุ่นชอบมาก มีร้านขายสินค้าประเภทนี้โดยเฉพาะ ในยุโรป ญี่ปุ่น อเมริกา
มีกลุ่มผู้บริโภคที่ยอมจ่ายแพงขึ้น เพื่อรักษาโลกของเราให้มีมลพิษน้อย ลง และเพื่อให้ชีวิตยืนยาวขึ้น
 สุขภาพดี ไม่ต้องสัมผัสสิ่งที่แปลกปลอมทำร้ายร่างกาย
 เคยเห็นที่อเมริกามี ร้านที่ขายเสื้อผ้าและของใช้ที่ทำจากใยกัญชงทั้งร้าน เป็นคอนเซปต์ชอปอีกแบบหนึ่ง
 หรือขายผ่านเมล์ ออร์เดอร์ก็มี ที่ยุโรป มีบางแบรนด์ที่ออกมาว่ารุ่นนี้เป็นผ้าออร์แกนิคก็มี
เสื้อผ้าเด็กที่มาจากวัสดุธรรมชาติ หรือที่หลายๆ ประเทศในยุโรปเขามีร้านที่ขายสินค้าออร์แกนิค
 หรือสินค้าที่เป็นธรรมชาติโดยเฉพาะ คือมี ทุกอย่างทั้งของกินของใช้รวมทั้งเสื้อผ้า ตอนนี้ยังไ้ม่มีข้อมูล
ว่ามูลค่าตลาดเสื้อผ้าออร์แกนิคหรือวัสดุ ธรรมชาติพวกนี้เป็นเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าขยายตัวมากขึ้น
และถ้ามีรูปแบบน่าสนใจก็น่าจะขยายตลาดได้มาก ขึ้นไปอีก
niche อีกประเภทหนึ่งที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คน คือเสื้อผ้าสัตว์เลี้ยงค่ะโดยเฉพาะคุณตูบทั้งหลาย
ไม่ว่าจะพันธุ์อะไร ถ้าคุณๆ เจ้าของรักมากนับญาติกัน อาจไปถึงใส่ชุดแม่ลูกคล้ายๆ กัน
อันนี้บางทีก็ไปทั้งเซ ทคือเสื้อผ้ากระเป๋า หมายถึงกระเป๋าที่เจ้าของใส่หมาหิ้วไปหิ้วมา
หรือกระเป๋าใส่อุปกรณ์ประมาณคล้ายๆ กระเป๋าแม่ลูกอ่อน เขาว่าต่อไปผู้คนอาจเหงา
คนแก่ไม่มีลูกหลาน หรือหนุ่มสาวไม่นิยมมีลูก การมีสัตว์เลี้ยง ช่วยให้มีสุขภาพจิตดี คลายเครียด
เงินก็มี เลยทุ่มเทให้สัตว์เลี้ยง
niche สุดท้ายสำหรับครั้งนี้เป็น niche มาก เขาใช้คำว่า "Ultra Niche" คือเฉพาะเจาะจงมาก
อาจเป็นของแปลกๆ ไม่ได้ทำเป็นอุตสาหกรรม หรือจำนวนคนชอบมีน้อยมาก ถ้าดูในแต่ละประเทศแล้วไม่
น่าจะทำธุรกิจอยู่ได้ แต่เมื่อรวมกันทั่วโลกก็เพียงพอจะทำธุรกิจได้ไม่ล่มจม แต่ต้องพึ่งการตลาดทางเน็ตที่
เรียกว่า Long tail marketing ซึ่งได้เขียนเรื่องนี้ไปเมื่อเดือนที่แล้ว ก็ไม่ขอกล่าวในรายละเอียดอีก
ยังมี niche อีกมากมายรอให้ค้นพบ บางทีคำตอบมีอยู่แล้วจากลูกค้าที่เรียกร้องสิ่งที่เขาต้องการแต่
ไม่มีใครสนใจทำให้ โอกาสอาจเป็นของท่านแล้ว ถ้าเปิดใจฟังและทำให้เป็นจริง
Reference : http://www.ttisfashionbiz.com/articles/opinion/item/179-niche-market.html

edit @ 16 Dec 2010 19:46:51 by Verygoood

edit @ 16 Dec 2010 20:12:27 by Verygoood

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดีมากค่ะ
แต่มันเป็นพรืดไปหมด
อ่านแล้วมึนตึบ

#1 By starttoiizilla on 2010-12-16 20:28

จัดหน้าไม่ได้เรื่องอีกตามเคยย ทำไมมันจัดยากจังอ่ะคะ sad smile

#2 By Verygoood on 2010-12-16 20:33